เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ร.ต.อ. วิสวัส ไพบูลย์ พนักงานสอบสวน สภ. ปะเหลียน จ.ตรัง รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนจ่อยิงลูกตัวเองเสียชีวิตรวม 4 ศพภายในบ้าน หมู่ 2 บ้านตันหยงสตาร์ ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลปะเหลียน เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 จว.ตรัง ร่วมรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปะเหลียน และ ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ตรัง นายบุญชัย สมใจ นายอำเภอปะเหลียน นายสมชาย ท้ายห้วน กำนันตำบลท่าข้าม และหน่วยกู้ภัยปะเหลียน
ที่เกิด เหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบนายพรพิชิต หรือดำ หยงสตาร์ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านและเป็นพ่อของเด็ก สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดง สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ มีอาการเคร่งเครียดอย่างหนักยืนถืออาวุธปืนพกสั้นอยู่ในบ้าน ก่อนปีนออกจากบ้านทางด้านหลังไปหลบอยู่ภายในขนำยกสูง 2 ชั้นด้านหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่และให้ญาติๆ พร้อมทั้งผู้นำชุมชนช่วยพูดคุยเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธปืนและออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผลจนกระทั่งเวลาผ่านไป 5 ชั่วโมง นายพรพิชิตได้ร้องขอน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่จึงแอบผสมยานอนหลับแล้วนำไปให้ แต่นายพรพิชิตรู้ทันไม่ยอมดื่มน้ำ
ขณะนั้นเจ้าหน้าที่จึง ตัดสินใจใช้บันไดวางพาดกับหน้าต่างห้องนอนบ้านหลังเกิดเหตุที่อยู่ด้านหน้า เข้าไปภายในห้องนอนพบศพเด็กทั้ง 4 คน สภาพถูกจ่อยิงศีรษะนอนเรียงกันอยู่บนที่นอนอย่างน่าเวทนา นอกจากนั้นยังพบอาวุธปืนยาวชนิดลูกกรดอีก 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงรีบลำเลียงศพลงมาอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อคือ ด.ญ.พัชราภรณ์ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษฐ์ ด.ช.วัชรพงษ์ อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้นป.6 โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ด.ญ.พัชรินทร์ อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 และด.ช.พัฒนยุ อายุ 3 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งรวงทอง
จากการสอบสวนเพื่อน บ้าน ให้การว่า นายพรพิชิตมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ก่อนหน้านี้ประมาณ 5 เดือนได้หย่าร้างกับนาง สุภัทรา อายุ 38 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นมารดาของเด็กทั้ง 4 คน โดยนางสุภัทราได้แยกออกไปอาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จากนั้นวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา นางสุภัทราได้เดินทางไปทำงานกับน้าสาวที่จ.นครราชสีมา โดยเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเพื่อนบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3-4 นัด แต่ไม่ได้เอะใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งเช้า เพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินเข้าไปที่บ้านหลังเกิดเหตุแล้วพบเด็กๆ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ต่อ มาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภาค 9 เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้หน่วยคอมมานโดจากตำรวจภูธรภาค 9 เข้าสมทบกับกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบเพื่อวางแผนบุกชาร์จจับกุมนาย พรพิชิต ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปในขนำเพื่อให้นายพรพิชิตวิ่งออกมาและหากต่อสู้ก็ จะยิงกระสุนยางแล้วเข้าล็อกตัวเอาไว้ และได้เข้าเจรจาต่อรองอีกครั้ง ซึ่งนายพรพิชิตได้ร้องขอให้ตำรวจนำตัวภรรยาคือนางสุพัตรา มาที่ขนำแต่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธคำขอเนื่องจากเกรงว่านายพรพิชิตจะใช้อาวุธ ปืนยิงภรรยาอีกราย
จนกระทั่งเวลา 17.22 น. กำลังหน่วยคอมมานโดตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 20 นาย ได้เดินทางถึงและเข้าประชิดรอบขนำเพื่อบุกชาร์จจับกุมตัว แต่ปรากฏมีเสียงปืนดังขึ้นภายในขนำ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงจู่โจมบุกเข้าไปก็พบนายพรพิชิตใช้อาวุธปืนยิงขมับขวา ตัวเอง 1 นัดนอนจมกองเลือดอาการสาหัส ใกล้กันมีอาวุธปืนขนาด.22 ตกอยู่ 1 กระบอกจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลปะเหลียนเพื่อช่วยชีวิต แต่กระสุนเข้าจุดสำคัญเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้านพล.ต.ต.ดาว ลอย เปิดเผยว่า สาเหตุที่นายพรพิชิตตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงลูกเสียชีวิตทั้ง 4 คน น่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องปัญหาครอบครัวที่เลิกรากับภรรยา จากการสอบสวนบุคคลใกล้ชิดทราบว่า ช่วงเย็นวันที่ 7 ก.พ.ซึ่งเป็นวันเทศกาลตรุษจีน นายพรพิชิตพาลูกๆ ทั้ง 4 คนไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารและได้โทรศัพท์หานางสุภัทราหลายครั้งแต่ไม่รับ สาย จากนั้นพาลูกๆ กลับบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ขณะที่ลูกๆ ทั้งหมดนอนหลับคาดว่านายพรพิชิตได้ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.22 จ่อยิงลูกของตัวเองบริวณศีรษะทีละคนจน เสียชีวิต ก่อนหลบหนีไปอยู่ที่ขนำด้านหลังแล้วตัดสินใจใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเอง เสียชีวิตเป็นรายที่ 5 ซึ่งจะได้เชิญบุคคลใกล้ชิดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายพรพิชิตยังได้โพสต์ข้อความระบายความในใจลงในเฟซบุ๊ก ถึงเรื่องมีปัญหากับภรรยาพร้อมทั้งบอกด้วยว่า เรื่องนี้ต้องจบด้วยความเศร้า เป็นลางบอกเหตุ ก่อนลงมือสังหารโหดลูกทั้ง 4 ของตัวเอง เสียชีวิตสลดคาบ้าน

Note: Only a member of this blog may post a comment.